Welcome to our site

welcome text --- Nam sed nisl justo. Duis ornare nulla at lectus varius sodales quis non eros. Proin sollicitudin tincidunt augue eu pharetra. Nulla nec magna mi, eget volutpat augue. Class aptent taciti sociosqu ad litora torquent per conubia nostra, per inceptos himenaeos. Integer tincidunt iaculis risus, non placerat arcu molestie in.

Shortcut Key

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552




Shortcut Key ของ Windows เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน Windows ง่ายๆ ด้วยการจดจำ และเรียนรู้การใช้งาน Keyboard ผสมผสานกับการใช้งานเม้าส์ รับรองคุณจะทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แค่ใช้ปุ่มคีย์ลัดในการทำงาน ดังต่อไปนี้



ปุ่ม Windows ถ้าใช้เดี่ยว ๆ : จะเป็นการแสดง Start Menuปุ่ม Windows + D : ย่อหน้าต่างที่เปิดอยู่ทั้งหมดปุ่ม Windows + E : เปิด windows exploreปุ่ม Windows + F : เปิด Search for filesปุ่ม Windows + Ctrl+F : เปิด Search for Computerปุ่ม Windows + F1 : เปิด Help and Support Centerปุ่ม Windows + R : เปิดไดอะล็อคบ็อกซ์ RUNปุ่ม Windows + break : เปิดไดอะล็อคบ็อกซ์ System Propertiesปุ่ม Windows +shift + M : เรียกคืนหน้าต่างที่ถูกย่อลงไปทั้งหมดปุ่ม Windows + tab : สลับไปยังปุ่มต่าง ๆ บน Taskbarปุ่ม Windows + U : เปิด Utility ManagerShortcut Key


CTRL+A : เลือกไฟล์ หรือข้อความทั้งหมด
CTRL+C : ก๊อปปี้ไฟล์ หรือข้อความที่เลือกไว้
ตัด (cut) :ไฟล์ หรือข้อความที่เลือกไว้
วาง (paste) :ไฟล์ หรือข้อความที่ก๊อปปี้ไว้
ยกเลิกการกระทำที่ผ่านมาล่าสุด
Ctrl + Ins : Copy selected item.
Ctrl + Esc : เรียกเมนู Start.
Alt + F : File menu options in current program.
Alt + E : Edit options in current program.
Shift + Del : Cut selected item.
Shift + Ins : Past.
Home : Goes to beginning of current line.
End : Goes to end of current line.
Shif + ปุ่มลูกศร : เลือกข้อความ โดยใช้ปุ่มลูกศรช่วยในการทำตำแหน่ง แถบดำ เลือก ซ้าย - ขวา - บน - ล่าง
Shif + End : เลือกข้อมูลจาก cursor ไปยังตัวสุดท้ายของบรรทัด
Shif + Home : เลือกข้อมูลจาก cursor ไปยังตัวแรกของบรรทัด
Alt + Tap : เปลี่ยนสลับหน้าต่างโปรแกรมที่เปิดอยู่
Tap : ใช้ในการเลือก ปุ่ม หรือ ช่องข้อความต่างๆ
Esc : ยกเลิกการเรียกใช้คำสั่ง

F1 : เรียก Help หรือ Office Assistant
F2 : ย้ายข้อความ หรือกราฟิกต่างๆ
F3 : แทรกข้อความอัตโนมัติ (AutoText)
F4 : ทำซ้ำสำหรับแอคชั่นการทำงานล่าสุดของผู้ใช้
F5 : เลือกคำสั่ง Go To (เมนู Edit)
F6 : กระโดดไปยังกรอบหน้าต่างถัดไป
F7 : เลือกคำสั่งตรวจสอบคำสะกด (Spelling ในเมนู Tools)
F8 : ขยายไฮไลต์ของการเลือกข้อความ
F9 : อัพเดตฟิลด์ต่างๆ ที่เลือก
F10 : กระโดดไปเมนูบาร์
F11 : กระโดดไปยังฟิลด์ถัดไป
F12 : เลือกคำสั่ง Save As (เมนู File)

แหล่งอ้างอิง: http://www.modify.in.th/Computer-Tip/ShortCut-Windows-XP-id47.aspxhttp://www.notebookspec.com/board/redirect.php?tid=15821&goto=lastposthttp://www.computerhope.com/shortcut.htmhttp://www.abpong.net/forum/index.php?topic=64.0http://konthaiuk.com/cgi-bin/smf/index.php?topic=307.0

Hotkey

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552


โปรแกรม Internet Explorer Hotkey เช่นเบราว์เซอร์ Hotkeys, คีย์ลัด
ที่หลากหลายที่ทางลัดของคีย์และ hotkeys มีสำหรับ Internet Explorer ที่ทำให้ผู้ใช้เว็บเบราว์เซอร์พลังเหนือกว่าเดิมมากและสะดวกในการใช้. ดูรายชื่อของเบราว์เซอร์ IE hotkeys ด้านล่าง: โปรแกรม Internet Explorer Hotkey รายการ:
IE Hotkeys

เบราว์เซอร์ Hotkey กระทำ

F1 Hotkey
Hotkeyนี้ใช้เพื่อแสดงโปรแกรม Internet Explorer ช่วยหรือเพื่อแสดงความช่วยเหลือเกี่ยวกับบริบทรายการ.

F11 Hotkey
Hotkey นี้จะสลับระหว่างภาพเต็มจอดูและอื่นๆมุมมองในเบราเซอร์.

SHIFT + Hotkey แท็บ
เหล่านี้จะย้าย hotkeys ผ่านรายการบนเว็บเพจช่อง Address หรือลิงก์ที่กล่อง.

ALT + โฮม Hotkey
Hotkey ชุดค่าผสมนี้จะนำคุณไปยังหน้าแรกของคุณ.

ALT + ลูกศรขวาทางลัด
Hotkey ทางลัดนี้จะนำคุณไปยังหน้าถัดไป.

ALT + เหลือลูกศร Backspace หรือ Hotkeys
Hotkey ทางลัดนี้จะนำคุณไปยังหน้าก่อนหน้านี้.

SHIFT + F10 Hotkey
Hotkey นี้จะแสดงเมนูลัดสำหรับลิงค์.

SHIFT + CTRL_TAB Hotkey
ทางลัดนี้จะย้าย Hotkey ฟอร์เวิร์ดระหว่างเฟรม.

UP ลูกศรทางลัด
Hotkey นี้จะเลื่อนไปต้นของเอกสาร.

ลูกศรลงทางลัด
นี้ Hotkey เลื่อนไปยังจุดสิ้นสุดของเอกสาร.

หน้า UP สำคัญ
เลื่อนไปนี้ Hotkey ต้นของเอกสารขนาดใหญ่เพิ่มใน.

หน้าลงสำคัญ
นี้ Hotkey เลื่อนไปยังจุดสิ้นสุดของเอกสารขนาดใหญ่เพิ่มใน.

หน้าหลัก
บ้าน Hotkey จะเลื่อนไปที่จุดเริ่มต้นของเอกสาร.

END สำคัญ
นี้ Hotkey เลื่อนเลื่อนไปยังจุดสิ้นสุดของเอกสาร.

END สำคัญ
นี้ Hotkey เลื่อนเลื่อนไปยังจุดสิ้นสุดของเอกสาร.

ปุ่ม CTRL + เรนไฮน์
นี่คือพบ Hotkey ใช้บ่อยโดยผู้ใช้ขั้นสูงเพื่อเปิดพบในหน้าหน้าต่างที่สามารถใช้ในการค้นหาเนื้อหาของหน้าเว็บ.

ปุ่ม CTRL + F5 คีย์อาร์หรือ
นี่คือรีเฟรชเนื้อหาของเว็บเพจ.

ปุ่ม ESC สำคัญ
Hotkey นี้จะหยุดการโหลดของหน้าเว็บ.

ปุ่ม CTRL + ลิตรหรือปุ่ม CTRL + O ของคีย์
Hotkey นี้จะหยุดการโหลดของหน้าเว็บ.

ปุ่ม CTRL + ไม่เกี่ยวข้อง Hotkeys
Hotkey ccombination นี้จะเปิดหน้าต่างใหม่.

ปุ่ม CTRL + ฟอร์ม W Hotkeys
Hotkeys จะปิดหน้าต่างปัจจุบัน.

ปุ่ม CTRL + S Hotkeys
Hotkeys จะบันทึกเพจปัจจุบัน.

ปุ่ม CTRL + พี Hotkeys
Hotkeys จะพิมพ์หน้าปัจจุบัน.

ใส่กุญแจ
Hotkeys จะเป็นการเปิดใช้งานที่เลือกลิงค์.

ปุ่ม CTRL + อี
Hotkey นี้จะเปิดช่องค้นหา.

ปุ่ม CTRL + ฉัน
Hotkey นี้จะเปิดรายการโปรดกล่อง.

ปุ่ม CTRL + ซ
นี้จะเปิด Hotkey ประวัติกล่อง.

คลิกปุ่ม CTRL +
นี้จะเปิด Hotkey หลายโฟลเดอร์ใน hisroty หรือรายการโปรดดู.




AHK - Autohotkey ซอฟท์แวร์ฟรี Autohotkey ซอฟต์แวร์ AHK
AHK รู้จักกันเป็น AutoHotkey นั้นไม่มีค่าใช้จ่ายซอร์สซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้คุณสามารถ: * เกือบทุกอัตโนมัติโดยส่ง keystrokes และเมาส์คลิก. คุณสามารถเขียนเมาส์หรือคีย์บอร์ดแมโครด้วยมือหรือใช้แมโครบันทึก. * สร้าง hotkeys สำหรับแป้นพิมพ์, จอยสติกและเมาส์. จวนใดคีย์ปุ่มหรือชุดค่าผสมที่สามารถเป็น Hotkey. * คำย่อขยายพวกเขาขณะที่คุณพิมพ์. ตัวอย่างเช่นพิมพ์ "btw" สามารถผลิตโดยอัตโนมัติ "โดยวิธี". * ข้อมูลที่กำหนดเองสร้างเข้าแบบฟอร์มผู้ใช้อินเตอร์เฟสและเมนูบาร์. สำหรับรายละเอียดโปรดดูที่ GUI. * Remap คีย์และปุ่มบนคีย์บอร์ดของคุณ, จอยสติกและเมาส์. * ตอบสนองต่อสัญญาณจากมือถือควบคุมระยะไกลผ่านทางไคลเอนต์สคริปต์ WinLIRC. * เรียกใช้ที่มีอยู่ AutoIt V2 สคริปต์และเพิ่มพวกเขาพร้อมด้วยความสามารถใหม่. * แปลงสคริปต์ใดๆลงในแฟ้ม exe ที่สามารถรันในคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ติดตั้ง AutoHotkey


Hotkey มาสเตอร์ - Autohotkey ซอฟท์แวร์
Hotkey มาสเตอร์เป็น shareware อรรถประโยชน์สำหรับ Windows 95/98/ME/2000/XP ที่ accelerates ปกติของคุณใช้คอมพิวเตอร์. การทำงานใดๆของ Windows ในแอปพลิเคชันสามารถเร่งหากคุณกำหนดค่านี้ยูทิลิตี. นอกจากนี้ Hotkey มาสเตอร์สามารถใช้สามารถเข้าถึงบางทั่วไปของ Windows คุณสมบัติ.
คุณมักจะสร้างและกำหนด Hotkey มันบางทั้งระบบคีย์ชุดค่าผสมที่จะเริ่มใช้. นอกจากนี้คุณยังสามารถตั้ง Hotkey เวลาที่เริ่มใช้นี้ Hotkey ที่ระบุหรือแม้กระทั่งเป็นระยะเวลาที่ระบุอัตรา. ส่วนตัวเลือกที่สามคือการแสดง Hotkey ชื่อในถาดไอคอนเมนูเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงและใช้งาน. คุณยังสามารถสร้างทางลัดบนเดสก์ท็อปที่ executes ที่ Hotkey. นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกในการรัน hotkeys กับรีโมทคอนโทรล.



ของ Firefox Hotkeys สำหรับ Windows เว็บเบราเซอร์ของ Firefox ลัด
ของ Firefox สำหรับ Hotkeys ของ Firefox สำหรับเวอร์ชัน 3.0 สำหรับ Windows:
ของ Firefox Hotkeys
การกระทำของ Firefox Hotkey
ALT + เหลือลูกศรหรือ Backspace
Hotkey นี้จะนำคุณกลับสู่เพจก่อนหน้าเช่นคลิกที่ปุ่มย้อนกลับ.
ALT + ลูกศรขวาหรืออึ + Backspace
Hotkey นี้จะนำคุณล่วงหน้าหากมี anavailable หน้า.
ALT + โฮม
UThis Hotkey ของคุณจะระบุหน้าแรก.
ปุ่ม CTRL + โอ้
เหล่านี้จะใช้ hotkeys เปิด "เปิดแฟ้ม" หน้าต่างที่คุณสามารถค้นหาแฟ้มนั้นเลือกและเปิดใน Firefox.
ปุ่ม CTRL + F5 หรือปุ่ม CTRL + SHIFT + อาร์
Hotkey นี้จะโหลดเพจและแทนที่แคช.



ของ Windows Vista Hotkey ไดอะล็อกบ็อกซ์คีย์ลัด
แท็บ: ย้ายไปควบคุมในกล่องโต้ตอบ
SHIFT + แท็บ: ย้ายไปก่อนควบคุมในกล่องโต้ตอบ
SPACEBAR: หากปัจจุบันควบคุมเป็นปุ่มนี้คลิกที่ปุ่ม. หากปัจจุบันควบคุมเป็นช่องทำเครื่องหมายนี้สลับการเลือกช่องทำเครื่องหมาย. หากปัจจุบันควบคุมเป็นตัวเลือกนี้จะเลือกตัวเลือก.
ENTER หมายเหตุ: เทียบเท่ากับการคลิกที่ปุ่มเลือก (ปุ่มกับเค้าโครง)
ปุ่ม ESC: เทียบเท่ายกเลิกคลิกที่ปุ่ม
ALT + ใต้จดหมายในกล่องโต้ตอบรายการ: ย้ายไปที่รายการที่ตรงกัน



ของ Windows Vista Hotkeys สำหรับ Microsoft ธรรมชาติคีย์บอร์ดกับ IntelliType ติดตั้งซอฟต์แวร์
โลโก้ของ Windows + ลิตร: ล็อกเอาต์ของ Windows
โลโก้ของ Windows + พี: เริ่มพิมพ์ผู้จัดการ
โลโก้ของ Windows + ที่ C: เปิดแผงควบคุม
โลโก้ของ Windows + วี: เริ่มคลิปบอร์ด
โลโก้ของ Windows + เค: เปิดคีย์บอร์ดกล่องโต้ตอบคุณสมบัติ
โลโก้ของ Windows + ฉัน: เปิดเมาส์กล่องโต้ตอบคุณสมบัติ
โลโก้ของ Windows + ตอบ: เริ่มเข้าถึงตัวเลือก (หากการติดตั้ง)
โลโก้ของ Windows + SPACEBAR: แสดงรายการของ Microsoft IntelliType คีย์ลัด
โลโก้ของ Windows + S: สลับพิมพ์ใหญ่ LOCK ในและนอก



ของ Windows Vista Hotkeys ของ Microsoft ธรรมชาติแป้นพิมพ์ลัด
โลโก้ของ Windows: เมนู Start
โลโก้ของ Windows + วิจัย: เรียกใช้ในกล่องโต้ตอบ
โลโก้ของ Windows + เอ็ม: ย่อทั้งหมด
โลโก้ของ Windows + SHIFT + เอ็ม: ยกเลิกการลดทั้งหมด
โลโก้ของ Windows + F1: ช่วยเหลือ
โลโก้ของ Windows + อี: วินโดว์ส
โลโก้ของ Windows + เรนไฮน์: ค้นหาแฟ้มหรือโฟลเดอร์
โลโก้ของ Windows + ดี: Minimizes เปิด Windows ทั้งหมดและแสดงเดสก์ทอป
ปุ่ม CTRL โลโก้ของ Windows + + เรนไฮน์: ค้นหาคอมพิวเตอร์
ปุ่ม CTRL + + แท็บโลโก้ของ Windows: โฟกัสไปจากเริ่มไปอย่างรวดเร็วเปิดแถบเครื่องมือ, ไปที่ถาดระบบ (ใช้
ลูกศรขวาหรือเหลือลูกศรเพื่อย้ายโฟกัสเพื่อรายการในแถบเครื่องมือเริ่มต้นอย่างรวดเร็วและถาดระบบ)
โลโก้ของ Windows + แท็บ: วัฏจักรผ่านปุ่มทาสก์บาร์
โลโก้ของ Windows + รับประทานอาหารว่าง: ระบบในกล่องโต้ตอบคุณสมบัติ
สมัครคีย์: แสดงเมนูลัดสำหรับรายการที่เลือก
google_protectAndRun("ads_core.google_render_ad", google_handleError, google_render_ad);


ของ Windows Vista Hotkeys เข้าถึงลัด
กดปุ่ม shift ห้าครั้ง: สลับ StickyKeys ในและนอก
กดลงมาและถือสิทธิแป้น Shift สำหรับแปดวินาที: สลับ FilterKeys ในและนอก
กดลงมาและถือของ NUM LOCK คีย์สำหรับห้าวินาที: สลับ ToggleKeys ในและนอก
เหลือซ้าย ALT + SHIFT + NUM ฉบับ LOCK: สลับ MouseKeys ในและนอก
เหลือซ้าย ALT + SHIFT + ปริ้นสกรีน: สลับตรงกันข้ามสูงในและนอก


ของ Windows Vista Hotkeys วินโดว์สต้นไม้ควบคุม
ตัวเลข Keypad *: ขยายทุกสิ่งทุกอย่างใต้การเลือก
ตัวเลข Keypad +: ขยายการเลือก
ตัวเลข Keypad -: Collapses ปัจจุบันเลือก.
ลูกศรขวา: ขยายการเลือกหากยังไม่ขยาย, อื่นจะไปถึงแรกที่เด็ก
ลูกศรเหลือ: Collapses ปัจจุบันเลือกหากมีการขยาย, อื่นจะไปให้แม่



ปลาดาว ออฟฟิศ คือ

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ชุดโปรแกรมสำนักงานที่รองรับการทำงานกับเอกสารภาษาไทย สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และมีโปรแกรมประมวลผลคำ (Word Processor) สร้างตารางคำนวณ (Spreadsheet) นำเสนองาน (Presentation) วาดภาพแบบเวกเตอร์ (Drawing) และโปรแกรมสมการคณิตศาสตร์ (Equation) ใช้ได้กับ 3 ระบบปฏิบัติการหลัก คือ Solaris, Linux, หรือ Windows นอกจากนี้ ปลาดาวมีคุณสมบัติการใช้งานเอกสารที่มาจากต่างระบบกันได้ (cross platform) ตัวอย่างจากการทดลองการใช้งาน ปลาดาวสามารถเปิดเอกสารที่สร้างขึ้นจาก Microsoft Excel หรือ Microsoft Word ขึ้นมาใช้ปรับปรุงแก้ไขได้ โปรแกรมหลักๆ ของปลาดาว ออฟฟิศมีดังนี้ 1. Writer เป็นโปรแกรมประมวลผลคำ (Word Processor) มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับ Microsoft Word 2. Calc เป็นโปรแกรมตารางคำนวณ (Spreadsheet) มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับ Microsoft Excel 3. Impress เป็นโปรแกรมนำเสนองาน (Presentation) มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับ Microsoft PowerPoint 4. Draw เป็นโปรแกรมวาดภาพแบบเวกเตอร์ (Drawing) 5. Math เป็นโปรแกรมพิมพ์สมการคณิตศาสตร์ (Equation)
ปลาดาวออฟฟิศจึงเป็นทางออกของผู้ใช้ซอฟต์แวร์ออฟฟิศในภาวะคุมเข้มของกฎหมาย ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในเมืองไทย ด้วยความสามารถในการใช้ภาษาไทยได้ และมีโปรแกรมหลักหลาย ตัวที่มีคุณลักษณะคล้ายกับโปรแกรมสำนักงานอย่าง Microsoft Office และสามารถดาวน์โหลดได้ ฟรีพร้อมกับติดตั้งได้ทุกเครื่องทุกแพลตฟอร์ม


การพิจารณาเลือกซื้ออุปกรณ์





การเลือกซื้อเครื่องหรือชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้นด้วยราคาที่ต่ำลงมากๆ ซึ่งเงินไม่ถึง 2 หมื่นบาท สามารถเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานแทบทุกประเภท

การเลือกซื้อซีพียู (cpu)
ถือได้ว่าเป็นชิ้นส่วนที่ต้องใช้ความละอียดรอบคอบในการตัดสินใจเลือกซื้อ เพราะเป็นชิ้นส่วนที่มีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และมีผลต่อการเลือกซื้อชิ้นส่วนที่สำคัญอีกตัวหนึ่งด้วย นั้นก็คือเมนบอร์ด เพราะฉนั้นถ้าคิดจะเปลี่ยน เช่น คิดจะเปลี่ยนซีพียู จาก Athlon ของ AMD ไปใช้ Core 2 Duo ของ Intel แล้วก็ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่ด้วย


การเลือกซื้อชุดระบายความร้อนให้กับซีพียู (CPU Fan & Heat Sink)
ความร้อนที่เกิดขึ้นในตัวซีพียู ซึ่งเป็นสาเหตุและที่มาของปัญหาอื่นๆ เช่น เครื่องแฮงค์หรือค้างบ่อยๆ เป็นต้น ปัจจุบันได้มีหลายบริษัทผลิตชุดระบายความร้อนให้กับซีพียูที่มีรูปแบบต่างๆออกมาให้เลือกมากมาย
โดยมีราคาไม่กี่ร้อยจนถึงหลายพันบาท วัสดุที่ใช้ทำตัวฮีตซิงค์ มีอลูมิเนียม -ทองแดง-อลูมิเนียมกับทองแดง


การเลือกซื้อเมนบอร์ด(Mainboard)
เมนบอร์ด ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์หลักที่มีความสำรองลงมาจากซีพียู เมนบอร์ด ซึ่งก็มีมากมาย หลายแบบ หลายรุน หลายยี่ห้อ การที่จะเลือกเมนบอร์ด ให้เหมาะสมและคุ้มค่านั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องเลือกให้สามารถรองรับเทคโนโลยีที่จะตามมาให้ได้ยาวนานที่สุดแล้วเมนบอร์ดก็ยังเป็นอุปกรณ์หลักที่มีราคาสูงพอสมควร ก็ใช่ว่าจะซื้อหามาปรับเปลี่ยนกันไม่ได้บ่อยๆ เหมือนอุปกรณ์ตัวอื่นๆด้วย
การเลือกซื้อหน่วยความจำ(RAM)

การเลือกซื้อเมนบอร์ด(Mainboard)
เมนบอร์ด ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์หลักที่มีความสำรองลงมาจากซีพียู เมนบอร์ด ซึ่งก็มีมากมาย หลายแบบ หลายรุน หลายยี่ห้อ การที่จะเลือกเมนบอร์ด ให้เหมาะสมและคุ้มค่านั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องเลือกให้สามารถรองรับเทคโนโลยีที่จะตามมาให้ได้ยาวนานที่สุดแล้วเมนบอร์ดก็ยังเป็นอุปกรณ์หลักที่มีราคาสูงพอสมควร ก็ใช่ว่าจะซื้อหามาปรับเปลี่ยนกันไม่ได้บ่อยๆ เหมือนอุปกรณ์ตัวอื่นๆด้วย

การเลือกซื้อหน่วยความจำ(RAM)
แรมเป็นอุปกรณ์สัมคัญอีกตัวหนึ่ง เนื่องจากแรมเป็นอุปกรณ์ที่ต้องทำงานร่วมกับ๙พียูอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างในการพัฒนาเลือกซื้อ เพื่อให้เหมาะสมกับซีพียูและเมนบอร์ดที่ใช้

การเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์ (Harddisk)
ฮาร์ดดิสก์เป้นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่สำคัญ ปัจจุบันความจุของฮาร์ดดิสก์ที่นิยมใช้กันก้เขยิบสูงขึ้น ความจุสูงสุดที่ผลิตออกมาจำหน่ายก็สูงขึ้น
ปัจจุบันฮาร์ดดิสขายกันอยู่มากมายหลายยี่ห้อ เช่น HITACHI , Samsung , Seagate และWesterm Digital เป็นต้น

การเลือกซื้อการ์ดแสดงผล (VGA Card)
ปัจจุบันการ์ดแสดงผลมีออกมาหลายรุ่น หลายยี่ห้อ หลายราคา และหลายประสิทธิภาพแตกต่างกันออกไป บรรดาการ์ดแสดงผลทั้งหลายนั้นก้คือ ผู้ผลิตชิปประมวลผลกราฟิกนั้นเอง ซึ่งมีอยู่แค่ 2 รายก็คือ nVidia ผู้ผลิต GeForceที่หลายคนรู้จักกันดีกับ ATI (ปัจจุบันเป้นของAMD)ผู้ผลิตชิปตระกูล Radeonที่เป็นคู่แข่งน่ากลัวของ nVidia นั่นเอง

การเลือกซื้อการ์ดเสียง (Sound Card)
คอมพิวเตอร์ถ้าหากมีภาพแต่ไม่มีเสียงก้ดูจะไม่ได้รับความบันเทิงที่สมบูรณ์ ถ้าหากภาพดี แต่เสียงที่ได้ไม่ค่อยมีคุณภาพ อรรถรสในความบันเทิงก็จะดูขาดหายไป ดังนั้นการ์ดเสียงเป็นอุปกรณ์ที่ขาดเสียมิได้ ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

การเลือกซื้อลำโพง (Speaker)
ลำโพงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการ์ดเสียง เป็นตัวแปรที่สำคัญมากเพื่อให้ได้รับความบันเทิงทางด้านเสียงที่สมบูรณ์แบบเฉพาะเมื่อมีการ์ดเสียงแล้ว จำเป็นต้องมีลำโพงที่มีคุณภาพด้วยเป็นของคู่กัน


การเลือกซื้อไดรว์ซีดีรอม และไดรว์ดีวีดี
เนื่องจากไดรว์ DVD-RWสามารถอ่านและเขียนแผ่นได้ทั้ง CD-ROMและDVD-ROM จึงใช้แทนไดรว์อื่นๆได้ทั้งหมด


การเลือกซื้อจอภาพ
จอภาพหรือจอแสดงผล เป้นอุปกรณืชิ้นสำคัญที่เราจะต้องติดต่อและเกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลาผ่านทางดวงตาที่มีอยู่เพียงคู่เดียวของเรา ในการเลือกซื้อจอภาพที่เหมาะสมกับการใช้งานและสุขภาพของดวงตาก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องควบคู่กันไปด้วย


การเลือกซื้อการ์ดแลน (LAN Card)
การ์ดเน็ตเวิร์ก หรือการ์ด LAN (Network Interface Card NIC) เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเชื่อมต่อพีซีหลายเครื่องเข้าด้วยกันเป็นระบบเครือข่าย มักเชื่อมต่อกันด้วยสายเคเบิลที่เรียกว่า UTP (Unshielded Twisted Pair) หรือเรียกกันตามมาตรฐานของสายที่ใช้ว่า CAT-5 (Category 5)


การเลือกซื้อการ์ด Wireless LAN และ Access Point
เครือข่ายแบบไร้สายหรือ Wireless LAN (เรียกสั้นๆว่า “WLAN”) อาศัยคลื่นวิทยุในการรับส่งข้อมูล โดยเครื่องที่ติดตั้งการ์ด Wireless LAN ไว้จะรับส่งข้อมูลกับตัวรับหรือเรียกว่า Access Pointที่ต่อด้วยสายแลนธรรมดาเข้ากับตัวเครื่องอีกทอดหนึ่ง เหมาะกับการใช้งานในบ้านหรือไม่สะดวกในการเดินสายและที่ๆไม่มีปัญหาเรื่องการรบกวนของสัญญาณวิทยุมากนัก


การเลือกซื้อ Modem ADSL/ADSL Wireless router
Modem เป็นอุปกรณ์สำหรับการสื่อสารข้อมูล ทั้งการเชื่อมต่อ อินเตอร์เน็ต รับส่งแฟกซ์ และอื่นๆ
เมื่อพูดถึงโมเดมโดยทั่วไปจะหมายถึง Analog Modem คือโมเดมที่ส่งสัญญาณผ่านโทรศัพท์ธรรมดา ปัจจุบันโมเดมอีกแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายนั่นคือ ADSL Modem ซึ่งใช้ในการเอมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงนั่นเอง.


การเลือกซื้อเคส และเพาเวอร์ซัพพลาย (Case&Power Supply)
เวลาที่เราเลือกซื้อเคส ก็มักจะมี Power Supply ติดมาให้ด้วยอยู่แล้วในตัว ยกเว้นเสียแต่ว่าเราต้องการที่จะเปลี่ยน Power Supplyใหม่ เพราะตัวเดิมเสียหรือกำลังไฟม่พอ จึงซื้อเฉพาะ Power Supplyที่ต้องมาเปลี่ยน การเลือกซื้อชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์นั้น Case&Power Supply จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เลือก


การเลือกซื้อเครื่องพรินเตอร์ (Printer)
พรินเตอร์เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่สำคัญสำหรับงานพิมพ์ต่างๆปัจจุบันพบเห็นได้ทั่วไป เพราะราคานั้นถูกลง เพราะฉะนั้นพรินเตอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป


การเลือกซื้อเครื่องสแกนเนอร์ (Scanner)
สแกนเนอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการ “อ่าน” หรือ Scan โดยใช้แสงส่องกระทบวัตถุให้สะท้อนไปตกบนตัวรับแสงทีละแถว ข้อมูลจะถูกแปลงเป็นจุดเล็กๆในระบบดิจิตอลเข้าไปเก็บในเครื่องซีพี เมื่อต้นกำเนิดแสง และตัวรับแสงเลื่อนไป ภาพที่ได้ก็จะเป็นจากส่วนต่างๆของรูปต่อเนื่องกันไปทีละแถว ของจุดจนกว่าจะสุดภาพ


ข้อแนะนำในการเลือกซื้ออุปกรณ์ตามแหล่งต่างๆมาประกอบเอง
การที่จะเลือกซื้ออุปกรณ์อย่างถูกวิธีนั้น มีข้อแนะนำดังต่อไปนี้
1.ตรวจเช็คราคาของอุปกรณ์จากร้านต่างๆก่อนเสมอ
2.เลือกซื้อสินค้าที่มีประกันเท่านั้น (Void)
3.ควรศึกษากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาบ้างพอสมควร
4.พยายามเลือกร้านค้าที่น่าเชื่อถือ
5.ไม่ควรเลือกสินค้าที่ราคาถูกเสมอไป


แนะนำแหล่งขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่น่าสนใจ
กลุ่มที่เน้นไปทางด้านชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ และรับสั่งประกอบเครื่อง
แหล่งที่น่าสนใจของกลุ่มนี้คือ ห้างพันธุ์ทิพย์ –ฟอร์จูน-เสรีเซ็นเตอร์-เซียร์รังสิต-และตะวันนาบางกระปิ เป็นต้น
กลุ่มที่เน้นไปทางด้านขายเครื่องคอมพิวเตอร์แบบมียี่ห้อ และอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ
แหล่งที่น่าสนใจของกลุ่มนี้คือ ห้างไอทีซิตี้-ห้างไอทีมอลล์ และตามแผนกเครื่องคองพิวเตอร์/อุปกรณ์สำนักงานต่างๆตามศูนย์การค้าต่างๆ










สแตติกแรมและไดนามิกส์แรม (Static RAM and Dynamic RAM)

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หน่วยความจำที่ใช้งานส่วนใหญ่และมีปริมาณความจุสูงได้แก่ พวก RAM ด้วยเทคโนโลยี RAM ที่ใช้มีการแบ่งแยกออกเป็นสองกลุ่มคือ สแตติกแรม และไดนามิกส์แรม สแตติกแรม (Static RAM - SRAM) เป็หน่วยความจำที่ใช้สถานะทางวงจรไฟฟ้าเป็นที่เก็บข้อมูล โดยวงจรเล็ก ๆ แต่ละวงจรจะเก็บข้อมูล "0" "1" และคงสถานะไว้จนกว่าจะมีการสั่งเปลี่ยนแปลง ส่วนไดนามิกส์แรม (DRAM-Dynamic RAM) เป็นหน่วยความจำที่ใช้หลักการบรรจุประจุลงในหน่วยเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่เหมือนตัวเก็บประจุ แต่เป็นจากตัวเก็บประจุไฟฟ้าเล็ก ๆ นี้ ทำจากสารกึ่งตัวนำที่มีคุณสมบัติคงค่าแรงดันไว้ได้ชั่วขณะ จึงต้องมีกลไกการรีเฟรชหรือทำให้ค่าคงอยู่ได้ จุดเด่นของ DRAM คือ มีความหนาแน่นต่อชิพสูงมากเมื่อเทียบกับ SRAM ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมใช้เพราะมีราคาถูกกว่ามาก อย่างไรก็ดีการเชื่อมต่อเข้ากับวงจรคอมพิวเตอร์ของ DRAM มีข้อยุ่งยากมากกว่า SRAM และจากความจุสูงมากของ DRAM (ปัจจุบันมีความจุได้มากถึง 512 Mbit ต่อชิพ) ดังนั้นจึงต้องวางโครงสร้างแอดเดรสเพื่อเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ของหน่วยความจำเป็นแบบแมทริกซ์ จงมีลักษณะเป็นแถวและสดมภ์เทคโนโลยีในการสร้างอุปกรณ์หน่วยความจำแรมยังแยกออกไปได้อีก 2 ประเภทเรียกว่า สแตติกแรม (Static RAM , S-RAM.) และไดนามิคแรม (Dynamic RAM., D-RAM.) ซึ่งมีความแตกต่างภายในวิธีการเก็บข้อมูล ทำให้เกิดคุณสมบัติที่ต่างกันได้แก่ขนาดของวงจรภายใน สแตติกแรมมีขนาดของวงจรใหญ่กว่าไดนามิกแรม จึงมีผลทำให้การสร้างวงจรรวมของไดนามิกแรมมีความจุสูงกว่าสแตติกแรมความเร็วในการทำงาน ไดนามิกแรมมีขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนกว่า เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่มีระยะเวลาในการจดจำข้อมูลสั้นจึงต้องสร้างกลไกเขียนข้อมูลซ้ำ เรียกว่าการรีเฟรช (Refresh) อยู่เป็นระยะทำให้ความเร็วในการทำงานของไดนามิกแรมช้ากว่าสแตติกแรม ปัจจุบันความเร็วไดนามิกแรมที่ใช้กับเครื่องพีซีมีความเร็วในระดับ 50-70 นาโนวินาที ในขณะที่สแตติกแรมมีความเร็วอยู่ในระดับต้นของนาโนวินาทีราคาต่อหน่วยความจุ เนื่องจากขนาดของวงจรภายในที่เล็กกว่าและมีความจุสูงกว่าราคาของไดนามิกแรมมีราคาต่อหน่วยความจุที่ถูกว่าสแตติกแรมนับสิบเท่าจากจุดเด่นจุดด้อยของอุปกรณ์แรมทั้งสองประเภทนี้ การนำมาใช้ในระบบคอมพิวเตอร์จะมีความแตกต่างกัน โดยหน่วยความจำไดนามิกที่มีราคาต่ำและความจุสูงขนาดของอุปกรณ์เล็ก จะถูกนำมาใช้เป็นหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์ ในยุคที่ซีพียูยังมีความเร็วไม่สูงมากเช่น พีซีที่ใช้ซีพียู 8088 สัญญาณนาฬิกา 4.77 เมกกะเฮิรทซ์ สามารถใช้ ไดนามิกแรมเป็นหน่วยความจำหลักที่ทำงานได้เร็วทันซีพียู แต่เมื่อซีพียูถูกพัฒนาให้มีความเร็วขึ้นนับร้อยเท่า เช่น เพนเทียมที่ใช้สัญญาณนาฬิกา 200 เมกกะเฮิรทซ์ขึ้นไป หน่วยความจำไดนามิกแรมไม่สามารถทำงานได้ทันซีพียู ทำให้ซีพียูต้องหยุดรอหน่วยความจำ ซึ่งไม่มีประโยชน์ที่จะพัฒนาซีพียูให้มีความเร็วสูง หน่วยความจำสแตติกจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ การใช้งานหน่วยความจำสแตติกในวงจรคอมพิวเตอร์ที่ต้องการความจุของหน่วยความจำ สูงนั้น ติดขัดที่ขนาดของอุปกรณ์หน่วยความจำมีขนาดใหญ่ ความจุภายในตัวอุปกรณ์ต่ำและมีราคาแพง หน่วยความจำสแตติกจึงถูกนำมาใช้ในรูปแบบของหน่วยความจำแคช (cache memory) ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวพักข้อมูลบางส่วนที่ดึงเข้ามาจากไดนามิกแรม โดยหน่วยความจำแคชจะมีขนาดความจุไม่สูงนัก เช่น ในพีซีเพนเทียมปัจจุบันมีแคชขนาด 256-512 กิโลไบท์ (kilo = 1000 ไบท์ โดยประมาณ) หรือในคอมพิวเตอร์สถานีงานวิศวกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง มีขนาดหน่วยความจำหลักไดนามิกแรมความจุนับกิกะไบท์ จะมีหน่วยความจำแคชเพียง 4 เมกกะไบท์ เป็นต้นซีพียูรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันจะสร้างหน่วยความจำแคชอยู่บนไมโครชิพเดียวกันกับตัวซีพียู พร้อมกับกลไกในการจัดการถ่ายข้อมูลระหว่างหน่วยความจำหลักกับหน่วยความจำแคช เพื่อให้ทำงานสอดคล้องสัมพันธ์กันกับซีพียูได้มากที่สุด และซีพียูสามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วที่สุด ในด้านของไดนามิแรมก็ได้มีการพัฒนาเทคนิคของวงจรภายในให้สามารถทำงานได้เร็ว ขึ้น เช่น อีดีโอแรม (Enhanced Data Output- EDO.RAM.) , เอสดีแรม (Synchronous Dynamic RAM. - SD-RAM.) เป็นต้น
Top of Form

..CPU..

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552


ประวัติCPU

ประวัติความเป็นมาของ CPU (central processing unit) ไมโครโพรเซสเซอร์เกิดขึ้นช่วงทศวรรษ 1970โดยเกิดจากการนำเทคโนโลยี 2 อย่างมาร่วมกันพัฒนา คือเทคโนโลยีด้านดิจิตอลคอมพิวเตอร์และ เทคโลยีด้านโซลิดเสเตต ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาใช้ในด้านการทหาร ช่วงกลาง ค.ศ. 1940 ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาใช้ในวิทยาศาสตร์ และธุรกิจ ปี ค.ศ. 1948นักวิทยาศาสตร์ได้คิคค้นทรานซิสเตอร์ที่ทำมาจกากโซลิดสเตต ช่วง ค.ศ. 1950 เริ่มมีการผลิตดิจิตอลคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานทั่วไปโดยใช้หลอดสูญญากาศเป็นส่วนประกอบในการสร้างวงจรพื้นฐานเช่น เกต และฟลิปฟลอปเพื่อใช้เครื่องคำนวนและหน่วยความจำและอินพุตและเอาต์พุตของดิจิตอลคอมพิวเตอร์ และช่วงทศวรรษเดียวกันได้มีการทดลองโซลิดเสเตตอย่างจิงจังและได้ผลิตทรานซิสเตอร์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำซิลิคอน และปลายทศวรรษที่ 1950 ได้นำทรานซิสเตอร์มาใช้แทนหลอดสูญญากาศ ช่วงต้นทศวรรษ1960 ได้มีการนำทรานซิสเตอร์หลายๆตัวมาบรรจุลงในซิลิคอนเพียงตัวเดียว โดยที่ทรานซิสเตอร์ แต่ละตัวจะถูกเชื่อมต่อกันด้วยโลหะขนาดเล็กเพื่อสร้างเป็นวงจรแบบต่างๆ เช่น เกต ฟลิปฟลอป แล้วมีการสร้างวงจรจากเทคโนโลยีแบบใหม่เรียกว่า ไอซี ช่วงกลางทศวรรค 1960 ได้มีการผลิตไอซีพื้นฐานเป็นแบบ small และ medium scale integration(SSI และ MSI) ทำให้เทคโนโลยีถูกแรงผลักดัน 2 แนวทาง คือการพัฒนาทางด้านเทคนิคเพื่อลดต้นทุนการผลิต และอีกแนวทางหนึ่งก็คือการเพิ่มความซับซ้อนให้กับวงจร ต้นทศวรรษที่ 1970 ได้เริ่มนำเอาวงจรดิจิตอลมาสร้างรวมกันและบรรจุอยู่ไอซีตัวเดียวเรียกว่า large-scale integration(LSI) และในช่วงทศวรรษที่ 1980 ก็ได้มีการนำเอาทรานซิสเตอร์มากกว่า100,000ตัวมาใส่ในไอซีเพียงตัวเดียวซึ่งเรียกว่า very large-scale integration (VLSI)


..ซีพียูในปัจจุบัน..


มีอยู่หลายบริษัทด้วยกัน ทั้ง Intel, AMD และ Cyrix ฯลฯ ต่อไปนี้จะกล่าวถึงซีพียูของอินเทล (Intel) และ เอเอ็มดี (AMD) ซึ่งเป็นซีพียูที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วไปนะคะซีพียูของ Intel.............ได้แก่


1. รุ่นที่เลิกผลิตไปแล้ว..4004 · 4040 · 8008 · 8080 · 8085 · iAPX 432 · i860 · i960 · 8086 · 8088 · 80186 · 80188 · 80286 · 80386 · 80486 · Pentium · Pentium Pro · Pentium II · Pentium III · Itanium · Pentium Extreme Edition · Pentium M · Pentium D


2. รุ่นที่กำลังผลิตอยู่.Pent.ium 4 · Core · Pentium Dual-Core · Core 2 · Celeron · A100 · Xeon · XScale · Itanium 2 · Atomสำหรับ AMD1.รุ่นที่เลิกผลิตไปแล้วAm2900 · Am29000 · Am9080 · Am286 · Am386 · Am486 · Am5x86 · K5 · K6 · K6-2 · K6-III · Duron · Athlon · Mobile Athlon 64 · Alchemy2. รุ่นที่กำลังผลิตอยู่Geode · Sempron · Mobile Sempron · Athlon 64 · Athlon 64 X2 (Athlon X2, AMD K9) · Athlon 64 FX · Phenom (AMD K10) · Turion 64 · Turion 64 X2 · Opteron · FireStream3. รุ่นที่กำลังพัฒนาTurion Ultra · Bobcat, Bulldozer · Fusion


CPU ทำหน้าที่อะไร...


CPU หรือ Central Processing Unit เป็นหัวใจหลักในการประมวลของคอมพิวเตอร์ โดยพื้นฐานแล้วซีพียูทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเชิงคณิตศาสตร์และข้อมูลเชิงตรรกะเท่านั้น แต่ทำไมการคำนวณขนาดนี้ ต้องมีการพัฒนาซีพียูกันไม่หยุดหย่อน ย้อนกลับไปปี 1946 คอมพิวเตอร์ยุคแรกที่มีชื่อที่พอจะจำได้ก็คือ ENIVAC นั้นทำงานโดยใช้หลอดไดโอด ซึ่งสถานะการทำงานของหลอดพวกนี้ มีสองอย่าง คือ 1 กับ 0 จะมีค่าเป็น 1 เมื่อมีกระแสไหลผ่านและเป็น 0 เมื่อไม่มีกระแสไหลผ่าน นั่นจึงเป็นเหตุผลให้คอมพิวเตอร์ใช้เลขฐาน 2 ในการคำนวณ ครั้นต่อมาวิทยาการก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ จากหลอดไดโอดก็พัฒนาเป็นทรานซิสเตอร์ และจากทรานซิสเตอร์ก็พัฒนาเป็นวงจรขนาดเล็ก ซึ่งรู้จักกันในชื่อของ IC และในที่สุดก็พัฒนาเป็น Chip อย่างที่เรารู้จักกันมาจนปัจจุบันนี้ สิ่งที่ผู้ผลิตซีพียูพยายามเพิ่มก็คือ ประสิทธิภาพในการประมวลผลของซีพียู เมื่อกล่าวถึงซีพียูและการประมวลผล สิ่งหนึ่งที่เราต้องเข้าใจคือภายในซีพียูไม่มีหน่วยเก็บข้อมูลสำหรับเก็บข้อมูลปริมาณมากๆ และซีพียูในยุคแรกๆ ก็ไม่มี Cache ด้วยซ้ำไป ปัจจัยที่มีผลต่อความเร็วของซีพียูก็คือ ความเร็วในการประมวลผลและความเร็วในการโอนย้ายข้อมูล ซีพียูในยุคแรกๆ นั้นประมวลผลด้วยความเร็ว 4.77 MHz และมีบัสซีพียู (CPU BUS) ความกว้าง 8 บิต เรียกกันว่าซีพียู 8 บิต (Intel 8080 8088) นั้นก็คือซีพียูเคลื่อนย้ายข้อมูลครั้งละ 1 ไบต์ ยุคต่อมาเป็นซีพียู 16 บิต 32 บิต และ 64 บิต ปัจจุบันโดยเฉพาะซีพียูรุ่นใหม่ๆ เคลื่อนย้ายข้อมูลครั้งละ 128 บิต ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลนั้น เกิดขึ้นจากการควบคุมสัญญาณนาฬิกา ซึ่งนับสัญญาณเป็น Clock 1 เช่น ซีพียู 100 MHz หมายความว่าเกิดสัญญาณนาฬิกา 100 ครั้งต่อวินาที

องค์ประกอบของซีพียู
1.แบบการ์ดหรือแบบตลับมีลักษณะเป็นแผงหรือเป็นตลับสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านล่างมีหน้าสัมผัสสำหรับเสียบลงบนช่องต่อลงบนเมนบอร์ดซึ่งเรียกว่า SLOT

2.แบบชิป PGA (Pin Grid Array)มีลักษณะเป็นชิปแผ่นบาง ๆ มักเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหลังจะมีขาเสียบ (PIN) โดยรอบสำหรับเสียบลงช่องต่อลงบนเมนบอร์ด ซึ่งเรียกว่า SOCKET

ส่วนประกอบของโพรเซสเซอร์มีดังนี้
• Bus Interface Unit (BIU) (Cbox) คือส่วนที่เชื่อมต่อระหว่าง address bus, control bus และ data bus กับภายนอกเช่น หน่วยความจำหลัก (main memory) และอุปกรณ์ภายนอก (peripherals)
• Memory Management Unit (MMU) (Mbox) คือส่วนที่ควบคุมโพรเซสเซอร์ในการใช้งานแคช (cache) และหน่วยความจำ (memory) โดย MMU ยังช่วยในการทำ virtual memory และ paging ซึ่งแปลง virtual addresses ไปเป็น physical addresses โดยใช้ Translation Look-aside Buffer (TLB)
• Integrated on-chip cache เป็นส่วนสำหรับเก็บข้อมูลที่ใช้งานบ่อยๆใน Synchronous RAM (SRAM) เพื่อให้การทำงานของโพรเซสเซอร์มีประสิทธิภาพสูงสุด ใช้งานได้ทั้ง L1 และ L2 on chip cache
• Prefetch Unit (part of Ibox) คือส่วนที่ดึงข้อมูลและคำสั่งจาก instruction cache และ data cache หรือ main memory based เมื่อ Prefetch Unit อ่านข้อมูลและคำสั่งมาแล้วก็จะส่งข้อมูลและคำสั่งเหล่านี้ต่อไปให้ Decode Unit
• Decode Unit or Instruction Unit (part of Ibox) คือส่วนที่แปลความหมาย ถอดรหัส หรือแปลคำสั่ง ให้เป็นรูปแบบที่ ALU และ registers เข้าใจ
• Branch Target Buffer (BTB) คือส่วนที่บรรจุคำสั่งเก่าๆที่เข้ามาสู่โพรเซสเซอร์ ซึ่ง BTB นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ Prefetch Unit
• Control Unit or Execution Unit คือส่วนที่เป็นศูนย์กลางคอยควบคุมการทำงานในโพรเซสเซอร์ดังนี้ • อ่านและแปลความหมายของคำสั่งตามลำดับ
• ควบคุม Arithmetic and Logic Unit (ALU), registers และส่วนประกอบอื่นๆของโพรเซสเซอร์ ตามคำสั่ง
• ควบคุมการเคลื่อนย้ายของข้อมูลที่รับ-ส่งจาก primary memory และอุปกรณ์ I/O
• ALU (Ebox) คือส่วนที่ปฎิบัติตามคำสั่งและเปรียบเทียบ operands ในบางโพรเซสเซอร์มีการแยก ALU


ออกเป็น 2 ส่วนดังนี้
• Arithmetic Unit (AU)
• Logic Unit (LU)
• operation ที่ ALU ปฎิบัติตามเช่น
• Arithmetic operations (+, -, *, และ /)
• Comparisons (<, >, และ =)
• Logic operations (and, or)
• Floating-Point Unit (FPU) (Fbox)
คือส่วนที่ทำการคำนวณเกี่ยวกับจำนวนตัวเลขที่เป็นจุดทศนิยม • Registers (part of Ibox, Fbox, และ Ebox) คือส่วนที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลสำหรับการคำนวณในโพรเซสเซอร์
• Data register set เก็บข้อมูลที่ใช้งานโดย ALU เพื่อใช้สำหรับการคำนวณที่ได้รับการควบคุมจาก Control Unit ซึ่งข้อมูลนี้อาจส่งมาจาก data cache, main memory, หรือ Control Unit ก็ได้
• Instruction register set เก็บคำสั่งที่กำลังทำงานอยู่
หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โปรเซสเซอร์ (Processor) หรือ ชิป (chip) นับเป็นอุปกรณ์ ที่มีความสำคัญมากที่สุด ของฮาร์ดแวร์เพราะมีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อน เข้ามาทางอุปกรณ์อินพุต ตามชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการใช้งาน หน่วยประมวลผลกลาง


ประกอบด้วยส่วนประสำคัญ 3 ส่วน คือ
1. หน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit : ALU)
หน่วยคำนวณตรรกะ ทำหน้าที่เหมือนกับเครื่องคำนวณอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยทำงานเกี่ยวข้องกับ การคำนวณทางคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร นอกจากนี้หน่วยคำนวณและตรรกะของคอมพิวเตอร์ ยังมีความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่เครื่องคำนวณธรรมดาไม่มี คือ ความสามารถในเชิงตรรกะศาสตร์ หมายถึง ความสามารถในการเปรียบเทียบตามเงื่อนไข และกฏเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้ได้คำตอบออกมาว่าเงื่อนไข นั้นเป็น จริง หรือ เท็จ เช่น เปรียบเทียบมากว่า น้อยกว่า เท่ากัน ไม่เท่ากัน ของจำนวน 2 จำนวน เป็นต้น ซึ่งการเปรียบเทียบนี้มักจะใช้ในการเลือกทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำตามคำสั่งใดของโปรแกรมเป็น คําสั่งต่อไป


2. หน่วยควบคุม (Control Unit)
หน่วยควบคุมทำหน้าที่คงบคุมลำดับขั้นตอนการการประมวลผลและการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายใน หน่วยประมวลผลกลาง และรวมไปถึงการประสานงานในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยประมวลผลกลาง กับอุปกรณ์นำเข้าข้อมูล อุปกรณ์แสดงผล และหน่วยความจำสำรองด้วย เมื่อผู้ใช้ต้องการประมวลผล ตามชุดคำสั่งใด ผู้ใช้จะต้องส่งข้อมูลและชุดคำสั่งนั้น ๆ เข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์เสียก่อน โดยข้อมูล และชุดคำสั่งดังกล่าวจะถูกนำไปเก็บไว้ในหน่วยความจำหลักก่อน จากนั้นหน่วยควบคุมจะดึงคำสั่งจาก ชุดคำสั่งที่มีอยู่ในหน่วยความจำหลักออกมาทีละคำสั่งเพื่อทำการแปล ความหมายว่าคำสั่งดังกล่าวสั่งให้ ฮาร์ดแวร์ส่วนใด ทำงานอะไรกับข้อมูลตัวใด เมื่อทราบความหมายของ คำสั่งนั้นแล้ว หน่วยควบคุมก็จะส่ง สัญญาณคำสั่งไปยังฮาร์แวร์ ส่วนที่ทำหน้าที่ ในการประมวลผลดังกล่าว ให้ทำตามคำสั่งนั้น ๆ เช่น ถ้าคำสั่ง ที่เข้ามานั้นเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการคำนวณ หน่วยควบคุมจะส่งสัญญาณ คำสั่งไปยังหน่วยคำนวณและตรรกะ ให้ทำงาน หน่วยคำนวณและตรรกะก็จะไปทำการดึงข้อมูลจาก หน่วยความจำหลักเข้ามาประมวลผล ตามคำสั่งแล้วนำผลลัพธ์ที่ได้ไปแสดงยังอุปกรณ์แสดงผล หน่วยคงบคุมจึงจะส่งสัญญาณคำสั่งไปยัง อุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ ที่กำหนดให้ดึงข้อมูลจากหน่วยความจำหลัก ออกไปแสดงให้เห็นผลลัพธ์ดังกล่าว อีกต่อหนึ่ง


3. หน่วยความจำหลัก (Main Memory)
คอมพิวเตอร์จะสามารถทำงานได้เมื่อมีข้อมูล และชุดคำสั่งที่ใช้ในการประมวลผลอยู่ในหน่วยความ จำหลักเรียบร้อยแล้วเท่านั้น และหลักจากทำการประมวลผลข้อมูลตามชุดคำสั่งเรียบร้อบแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ จะถูกนำไปเก็บไว้ที่หน่วยความจำหลัก และก่อนจะถูกนำออกไปแสดงที่อุปกรณ์แสดงผล

bandwidth

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ของการส่งผ่านสัญญาณสื่อสารเป็นการวัดช่วงความถี่ ที่สัญญาณใช้งาน คำนี้สามารถใช้อ้างถึงคุณลักษณะการตอบสนองความถี่ ของระบบรับการสื่อสาร ของสัญญาณทุกประเภท คือ ทั้งแบบ อะนาล็อก และ ดิจิตอล
ในความหมายทั่วไป ....bandwidth เป็นสัดส่วนโดยตรงของจำนวนข้อมูลทั้งหมดที่ส่งผ่าน หรือรับต่อหน่วยเวลา ในความหมายเชิงคุณภาพ bandwidth เป็นสัดส่วนของความซับซ้อนของข้อมูล สำหรับการทำงานของระบบที่รองรับได้ เช่น การ download ไฟล์ทุกประเภทรูปภาพในหนึ่งวินาทีใช้ bandwidth มากกว่าการ download ข้อความในเวลาหนึ่งวินาที ไฟล์ประเภทเสียงขนาดใหญ่ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และภาพเคลื่อนไหวต้องใช้ bandwidth มาก การนำเสนอแบบ Virtual reality (VR) และ ภาพแบบ 3 มิติ ชนิด Full-length ใช้ bandwidth มากที่สุด
ในระบบดิจิตอล bandwidth ....คือความเร็วข้อมูลเป็น bits per second (จำนวนบิตต่อวินาที) ดังนั้นโมเด็มซึ่งทำงานที่ 57,600 bps จะมี bandwidth เป็น 2 เท่าของ โมเด็ม ซึ่งทำงานที่ 28,800 bps ในในระบบอะนาล็อก ความหมายของ bandwidth หมายถึงความแตกต่างระหว่างความถี่สูงสุดและต่ำสุดของสัญญาณ มีหน่วยวัดเป็น hertz สัญญาณเสียงมี bandwidth ประมาณ 33 kilohertz(33 KHz) และการกระจายภาพของโทรทัศน์แบบอะนาล็อก ใช้สัญญาณวิดีโอ ซึ่งมี bandwidth ประมาณ 6 megahertz (6 MHz)